ร้านพูนพร สังฆภัณฑ์สินค้า ของทางร้านบริการ ของทางร้านเรื่องเล่างานบุญติดต่อสอบถาม

 

พิธีเกี่ยวกับความตาย
ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น


การมัดตราสัง

ก่อนนำศพใส่โลง ต้องทำพิธีมัดตราสังด้วยสายสิญจน์ นิยมมัดเป็น ๓ เปลาะ คือ ที่คอ ที่มือและที่เท้า มีผู้แต่งคำโคลงอธิบายการมัดตราสังเป็น ๓ เปลาะไว้ดังนี้

มีบุตรห่วงหนึ่ง เกี้ยว พันคอ
ทรัพย์ผูกบาทา คลอ หน่วงไว้
ภริยาเยี่ยงอย่าง ปอ รึงรัด มือนา
สามห่วงใคร พ้นได้ จึงพ้น สงสาร
(โคลงโลกนิติ)

ในการมัดตราสังศพ เมื่อนำบ่วงคล้องคอ สัปเหร่อจะว่าคาถา ปุตฺโต คีวํ หมายความว่า ลูกคือห่วงผูกคอ เมื่อเวลามัดว่าคาถารัดประอก เป็นห่วงที่ ๑ แล้วโยงเชือกมากลางลำตัว ทำเป็นห่วงตะกรุดเบ็ด ผูกหัวแม่มือ ของศพที่พนมถือกรวยดอกไม้ธูปเทียนอยู่ รวบมือศพผูกให้พนมไว้ที่หน้าอก ว่าคาถา ธนํ หตฺเถ ความหมายว่าทรัพย์คือห่วงผูกมือ ในเวลามัดว่าคาถารัดประคดเอว เป็นห่วงที่ ๒ แล้วโยงเชือกมาที่เท้าทำเป็นบ่วงผูกหัวแม่เท้า ผูกข้อเท้าทั้งสองให้ติดกัน ว่าคาถา ภริยา ปาเท หมายความว่า ภริยาคือห่วงผูกเท้า เป็นห่วงที่ ๓ (แม้ศพผู้หญิงก็ว่าคาถาแบบเดียวกัน) บางตำราใช้คาถา ธนํ ปาเท ไม่ใช่ ภริยา ปาเท และบางตำราก็ให้ผูกข้อเท้าขึ้นมาก่อน
เสร็จแล้วให้เอาผ้าขาวผืนใหญ่ห่อตัวโดยขมวดไว้ด้านศีรษะ เพื่อจะได้เป็นการสะดวก เมื่อเวลาเปิด เอานํ้ามะพร้าวล้างหน้าศพก่อนเผา แล้วเอาด้ายดิบขนาดนิ้วหัวแม่มือ มัดเป็นเปลาะๆ ให้แน่นเป็น ๕ เปลาะ เป็นปริศนาธรรม หมายถึงนิวรณ์ ๕ คือ ๑. กามฉันทะ ๒. ความพยาบาท ๓. ความง่วงเหงาหาวนอน ๔. ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ๕. ความลังเลใจ ทั้ง ๕ ประการนี้ คือสิ่งขวางกั้นจิต ไม่ให้บรรลุความดี

เหตุที่ต้องมัดศพอย่างแน่นหนา เพราะในสมัยโบราณ ไม่มียาสำหรับฉีดรักษาศพ จึงต้องมัดไว้ให้ดี เพื่อให้ผ้าซับนํ้าเลือดนํ้าเหลืองและป้องกันโลงแตกเพราะศพขึ้นอืด

พิธีเบิกโลง

พิธีเบิกโลง ในแต่ละท้องที่อาจมีแตกต่างกันไปบ้าง หลังจากทำพิธีมัดตราสังเสร็จแล้ว ก่อนนำศพใส่โลง ต้องทำพิธีเบิกโลงก่อน โดยเอาไม้ไผ่มาจักเป็นซีกเล็กๆ ทำเป็นบันได ๔ ขั้น หรือให้มี ๓ ช่อง กว้างยาวเท่ากับโลง สำหรับวางบนปากโลง เอาเฝือกผืนหนึ่งทำด้วยไม้ไผ่ ๗ ซีก ถักติดกันเหมือนแร่ง วางก้นโลง เอาผิวไม้ขึ้น ไว้ระยะห่างเพื่อรองรับอย่างเสื่อ แล้วจึงเอาไม้ไผ่มาผ่า ให้โตขนาดนิ้วก้อย ยาวพอสมควร ผ่าข้างหนึ่งสำหรับคาบปากโลงเป็นระยะจนครบ ๘ อันเป็นทำนอง ไม้ตับปิ้งปลา และผ่าอีกข้างหนึ่งสำหรับคาบด้ายสายสิญจน์วางทางขวาก่อนให้รอบโลง ไม้นี้เรียกว่า ปากกาจับโลง เอาเทียน ๘ เล่มพาดที่ปากโลงระหว่างปากกาทั้ง ๘ ช่อง กับมีกระทงใบตองขนาดเล็ก ใส่กุ้งพล่าปลายำไว้ หรือจะเป็นอาหารอย่างอื่นๆก็ได้ นำมาวางบนปากกาโลงทั้ง ๘ ช่องใกล้กับเทียน ที่ติดไว้ ให้เป็นเครื่องสังเวยเทพทั้ง ๘ ทิศ

สัปเหร่อจะทำนํ้ามนต์ สำหรับรดโลง ต้องเตรียมขันและเทียนติดพาดปากขันเล่มหนึ่ง เงินค่ายกครู แต่ก่อนประมาณ ๖ สลึง สัปเหร่อจุดเทียนเป็นคู่ๆ ตั้งแต่ด้านปลายเท้าไปด้านศีรษะ แล้วตั้งต้น ทำนํ้ามนต์ธรณีสาร ใช้สำหรับประ พรมแก้เสนียดจัญไร แล้ว่าคาถา

สิโรเม พุทธเทวัญฺ จ นลาเฏ พฺรหฺม เทวตา
หทยฺ นรากัญฺเจว เทวหตฺ ปรเม สุราฯ
ปาเท วิสฺสรณุกญฺเจว สพฺพกมฺมา ปสิทฺธิ เม

เป็นการอัญเชิญ พระพุทธ พระธรรม พระนารายณ์ พระปรเมศวร พระวิศวกรรม มาเข้าสิงกาย ให้ทำกรรมต่างๆ สำเร็จ บทตั้งแต่ สิทฺธิกิจฺจํ เป็นบทให้พรพระเจ้าเรือน มีดังนี้

สิทฺธิจฺจํ สิทฺธิกฺมฺมํ สิทฺธิการิย ตถาคโต
สิทฺธิลาโภ นิรันฺดรํ สิทฺธิเตโช ชโย นจฺจํ
สิทฺธิกมฺมํ ปสิทฺธิ เม สพฺพสิทฺธิ ภวนฺตุ เม

เสร็จแล้วสัปเหร่อจะนำนํ้ามนต์ ลูบหน้าเสยผม ๑ ครั้ง ประพรมโลง ๓ หน หยิบเทียนที่ติดปากโลง มาจุดด้ายสายสิญจน์ที่วงรอบโลง จุดเทียนเป็นคู่ๆ จากปลายเท้าให้ไหม้ขาดทุกช่อง เว้นช่องด้านสกัด ที่จะใช้เป็นหัวโลง เอามีดหมอกดด้ายสายสิญจน์ที่กลางหัวโลงเสกคาถาว่า พุทธํ ปจฺจกฺขามิ ธมฺมํ ปจฺจกฺขามิ สงฺฆํ ปจฺจกฺขามิ ๓ หน

คราวนี้สัปเหร่อจะถามว่า โลงของใคร ลูกหลานก็ตอบว่า โลงของ........(ชื่อผู้ตาย) หรือบางที สัปเหร่อ ก็ถามเองตอบเอง เสร็จแล้วสัปเหร่อจึงเอามีดหมอสับปากโลง ๓ ครั้ง โดยการสับตรงกลางก่อน แล้วจึงสับซ้ายขวา หรือบางทีสับเป็นรูปกากบาท เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายว่าด้านนี้เป็นทิศศีรษะ หัวโลง
ต่อจากนั้น จึงผลักเครื่องเซ่น ไม้ปากกา เทียน และด้ายสายสิญจน์ที่เหลืออยู่ลงไปในโลงให้หมด เอาใบตองวางทับเฝือก และของที่ผลักลงใส่โลง ส่วนใหญ่นิยมใช้ใบตองต้นกล้วยตานี ที่ใบไม่แตกยอด ไม่หัก ๓ ยอดมาปู ด้วยเหตุนี้การตัดใบตองมาใช้ทั่วไป ชาวบ้านจึงต้องหักยอดเสียก่อน เพราะใบตอง ที่ไม่ได้หักยอดถือว่าเป็นใบตองผี

เฝือก ใบตอง ที่ใส่ในโลงศพล้วนเป็นปริศนาธรรมทั้งสิ้น คือ ชี้ให้เห็นว่า ร่างกายของคนเรา ก็เหมือนกับเฝือก ที่นำไม้ไผ่มาสานต่อกันเป็นซี่ๆ ในที่สุดก็ต้องแยกสลายจากกัน

พิธีการซื้อโลง

ความจริงโลงที่ใช้ลูกหลานก็ซื้อมาไว้สำหรับใส่ศพคนตายอยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะนำศพใส่โลง จะต้องมี พิธีซื้อโลง อาจเป็นเพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ ช่วยเป็นเจ้าภาพซื้อโลง หรือให้เป็นค่าจ้างพิเศษ สำหรับสัปเหร่อนอกจากเงินที่อยู่ในปากศพ พอสัปเหร่อถามว่าใคร จะซื้อโลงบ้าง ลูกหลานก็จะนำเศษเงินใส่ลงไปในโลง สัปเหร่อคงไปเก็บเอาทีหลัง ซึ่งถ้าเป็นสมัยโบราณ เงินจำนวนนี้คงพอสำหรับค่าจ้าง แต่ในปัจจุบันน่า จะเป็นการทำตาม ประเพณีมากว่า เพราะค่าของเงินเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ค่าจ้างในการทำศพ เผาศพ เจ้าภาพ ต้องให้สัปเหร่อ อีกต่างหาก

การนำศพใส่โลง

หลังจากเสร็จพิธีเบิกโลงแล้ว สัปเหร่อจะขอแรงผู้ชายตัวใหญ่ๆ ที่มีพละกำลังดีให้ช่วยกันยก ศพวางลงในโลง เพื่อไม่ให้เกิดการทุลักทุเลเป็นภาพที่ไม่น่าดูจึงต้องช่วยกันหลายคน ควรระวัง อย่าให้ใครข้ามศพ เป็นอันขาด เพราะถือเป็นการไม่ให้ความเคารพ เมื่อนำศพใส่โลงเรียบร้อย แล้วก็ทำการปิดฝา ไม่ต้องตอกตะปู หรือตอกเพียงตัวสองตัวเพื่อยึดไว้ชั่วคราวเท่านั้น

บางทีมีการนำ กระดาษฟาง ใบชา หรือปูนขาว (ที่ใช้โรยตีเส้นสนาม) ใส่ลงไปในโลงด้วย เพราะสามารถช่วยดูดกลิ่นได้ดี เมื่อนำศพใส่โลงต้องนำสายสิญจน์ ที่มัดศพโยงออกมา ไว้ข้างนอกโลงด้วย


ร้านพูนพร สังฆภัณฑ์ จัดจำหน่าย ของทำบุญ สังฆทาน ไทยทาน สำหรับงานบุญ และ ประเพณีต่างๆ และรับจัดชุดสำหรับ งานบวช ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน มีบริการ ปักชื่อ และตรา บนตาลปัตร ย่าม หรือ หมอน อีกด้วย คิดถึงเครื่อง สังฆภัณฑ์ ชุดสังฆทาน เครื่องประกอบงานพิธีต่างๆ โปรดคิดถึงเรา พูนพร สังฆภัณฑ์