ร้านพูนพร สังฆภัณฑ์สินค้า ของทางร้านบริการ ของทางร้านเรื่องเล่างานบุญติดต่อสอบถาม

 

พิธีตั้งศาลพระภูมิ


ตามธรรมเนียมไทย บ้านทุกหลังจะต้องมีศาลพระภูมิ หลังจากทำพิธีปลูกเรือนเสร็จ ก็จะทำพิธียกศาลพระภูมิด้วย ทั้งนี้เพราะถือกันว่า พระภูมิเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำบ้าน เป็นเทวาอารักษ์ ผู้คอยปกปักษ์รักษาคนในบ้าน มีความเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปลอดภัย จากภยันตรายทั้งปวง โดยผู้เป็นเจ้าของบ้าน จะต้องทำการเซ่นสรวงบูชาด้วยความเคารพ
พระภูมิจึงจะให้ความคุ้มครอง แต่หากกระทำในสิ่งตรงกันข้าม คือไม่ให้ความเคารพ และเซ่นสรวงบูชาพระภูมิ ก็อาจจะให้โทษ โดยดลบันดาลให้เกิดทุกข์ภัยได้เช่นกัน

ประวัตความเป็นมาของพระภูมิ

เบื้องมาแต่ครั้งบรรพกาล พระเจ้าทศราชครองราชย์สมบัติ อยู่ในกรุงพาราณสี พระองค์มีมเหสี ทรงพระนามว่า นางสันทาทุกข์ พระนางได้ประสูติพระโอรส ๙ พระองค์ คือ พระชัยมงคล พระนครราช พระเทเพน พระชัยศพณ์ พระคนธรรพ์ พระธรรมโมรา พระวัยทัต พระธรรมิกราช และพระทาสธารา ตามลำดับ ต่อมาเมื่อพระราชโอรส เจริญวัยเติบใหญ่แล้ว เจ้ากรุงพาลี ได้ให้ไปครอบครองภูมิสถานต่างๆดังนี้ คือ

๑. พระชัยมงคล ให้ไปครอบครอง เคหสถาน บ้านเรือน โรงร้านต่างๆ
๒. พระนครราช ให้ไปครอบครอง ประตู ป้อมค่าย บันได
๓. พระเทเพน ให้ไปครอบครอง คอกสัตว์ต่างๆ
๔. พระชัยศพณ์ ให้ไปครอบครอง คลังเสบียง ยุ้ง ฉาง
๕. พระคนธรรพ์ ให้ไปครอบครอง โรงพิธีการแต่งงาน และเรือนหอ
๖. พระธรรมโหรา ให้ไปครอบครอง ภูเขา ป่า นา ท้องทุ่ง
๗. พระวัยทัต ให้ไปครอบครอง วัดวา อาราม ปูชนียสถานต่างๆ ฯลฯ
๘. พระธรรมิกราช ให้ไปครอบครอง พืชพันธ์ธัญญาหาร อุทยาน สวนต่างๆ ฯลฯ
๙. พระทาษธารา ให้ไปครอบครอง บึง บ่อ ลำธาร ห้วยหนอง ลำคลอง ฯลฯ

ครั้นจำเนียรกาลนานมา เมื่อพระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงขอพื้นที่ จาก พระเจ้ากรุงพาลี ๓ ก้าว เพื่อขอเป็นที่เผยแผ่ประกาศคำสอนของพระองค์ เมื่อพระภูมิ อนุญาต พระพุทธองค์ทรงแสดงปาฏิหาริย์ ก้าวย่างเพียง ๒ ก้าว ก็พ้นเขตของพระภูมิทั้งหมด บรรดา พระภูมิทั้งหลายจึงไม่มีที่อยู่ ต้องออกไปอยู่นอกฟ้า ได้รับความทุกข์ยาก อดอยาก ขาดแคลนเครื่องสังเวย จึงได้ทูลขอที่อยู่เดิมกลับคืน และได้รับพุทธานุญาตทั้งได้พรว่า ผู้ที่จะทำการมงคล เกี่ยวแก่พื้นดิน ต้องสักการบูชาสังเวยพระภูมิก่อน จึงจะได้รับความสุขสวัสดี คนทั้งหลาย จึงต้องสักการะพระภูมิสืบมาจนบัดนี้

อีกตำนานหนึ่ง กล่าวว่าผู้ที่มาขอที่ดินจากพระเจ้ากรุงพาลี คือพระนารายณ์ ด้วยเหตุว่า เจ้ากรุงพาลี กระทำความเดือดร้อนแก่ราษฎร พระนารายณ์จึงแปลงมาเป็น พราหมณ์ มาขอที่ดินเพียง ๓ ก้าว ในขณะที่จะทำการหลั่งนํ้าอุทิศให้ ฝ่ายพระศุกร์ ผู้เป็นอาจารย์ ของพระเจ้ากรุงพาลี รู้ว่าพระนารายณ์แปลงมา ได้แปลงกาย เข้าไปขวางไว้ไม่ให้นํ้าหลั่งออกมา จากนํ้าเต้าได้ พระนารายณ์จึงเอาหญ้าคาแทงเข้าไปทางปากนํ้าเต้า ถูกตาของพระศุกร์บอด ทนความเจ็บปวดไม่ไหวจึงหนีไป พระศุกร์จึงตาบอดข้างหนึ่งแต่นั้นมา

เมื่อ พระเจ้ากรุงพาลี หลั่งนํ้าเต้าอนุญาตอย่างเป็นทางการแล้ว พราหมณ์แปลงก้าวขาเพียง ๒ ก้าว ก็หมดสิ้นอาณาเขตของพระภูมิ สำหรับเรื่องราวตอนท้ายก็คล้ายๆกัน

นอกจากพระภูมิทั้ง ๙ องค์ ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีบริวารอีก ๓ คน คือ นายจันทร์ดี นางจันทร์ดี และจ่าลัมพระเชิงเรือน เมื่อจะนำเครื่องสังเวยไปถวาย พึงสมมุติตน เป็นคนใช้ ของพระภูมิทั้ง ๓ คนนั้น แล้วนำไปบูชา จะได้ลาภแก้วแหวนเงินทอง

การยกศาลพระภูมิ

การยกศาลพระภูมินั้น ต้องไปหาโหร ผู้มีความรู้ทางด้านนี้ ให้ช่วยดูฤกษ์ และมาทำพิธี เพราะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ การกำหนดฤกษ์ การเลือกสถานที่ ทิศที่ตั้งของศาลพระภูมิ เครื่องประกอบอื่นๆ ฯลฯ

การเลือกทำเลที่ตั้ง

ส่วนใหญ่นิยมตั้งศาลไว้ริมรั้วบ้าน เพื่อพระภูมิจะได้มองเห็นศัตรู หรือภัยอันตรายต่างๆ ได้สะดวก โดยที่นิยมตั้งมีอยู่ ๓ ทิศ คือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้

สีของศาลพระภูมิ

ความจริงจะใช้สีอะไรก็ได้ แต่บางคนนิยมใช้สีตามประจำวันเกิดของตัวเอง

เกิดวันอาทิตย์ ใช้ สีชมพู หรือ เลือดหมู
เกิดวันจันทร์ ใช้ สีเหลือง
เกิดวันอังคาร ใช้ สีม่วงแดง
เกิดวันพุธ ใช้ สีเขียว
เกิดวันพฤหัสบดี ใช้ สีทอง
เกิดวันศุกร์ ใช้ สีฟ้า
เกิดวันเสาร์ ใช้ สีม่วง

ข้อควรรู้ต่างๆ เกี่ยวกับศาลพระภูมิ

๑. ตัวศาล เมื่อฝังดินแล้ว ควรให้เหลือความสูงเพียงตาหรือเกินกว่านั้น ตัวศาลมีขนาด พอเหมาะ เป็นไม้หรือปูนก็ได้และมีบริวารของพระภูมิ อันประกอบด้วยตัวละคร ช้างปั้นม้าปั้น
๒. รูปปั้นองค์พระภูมิ มือขวาถือพระขรรค์ มือซ้ายถือสมุด หรือถุงเงินถุงทอง รวมทั้งเครื่องประกอบประจำศาล อันได้แก่ เจว็ด คือ องค์พระภูมิ ของใช้อื่นๆ เช่น ดอกไม้ เชิงเทียน กระถางธูป ผ้าเหลืองสำหรับผูกเจว็ด ๑ ผืน ผ้าพันศาล ๑ ผืน ตุ๊กตาชาย ๑ คู่ หญิง ๑ คู่ ช้าง ม้า อย่างละ ๑ คู่ ละคร ๒ โรง ฯลฯ
๓. เมื่อทำพิธียกศาล ห้ามมิให้เงาบ้านทับศาลพระภูมิ หรือเงาพระภูมิทับบ้าน
๔. ห้ามไม่ให้หันหน้าเจว็ด (องค์พระภูมิ) ตรงต่อประตูเข้าบ้าน เพื่อไม่ให้คน ในบ้านเดินเข้าออก ในทางทิศ ที่เหมือนกับเหยียบทิศที่พระภูมินอน หน้าศาล ควรหันไปตามทิศที่โหรกำหนด
๕. การกำหนดทิศหน้าศาล มีดังนี้

ก. บ้านผู้มียศศักดิ์ ต้องหันหน้าศาลไปทางทิศอุดร (เหนือ)
ข. บ้านคฤหบดี เศรษฐี พ่อค้า ต้องหันหน้าศาลไปทางทิศทักษิณ (ใต้)
ค. พระภูมิ นา, สวน, ทุ่ง ต้องหันหน้าศาลไปทางทิศประจิม (ตะวันตก)
ง. พระภูมิปูชนียวัตถุ-สถาน บ่อ และศาลา ต้องหันหน้าศาลไปทางทิศบูรพา (ตะวันออก)
จ. บ้านคนสามัญ ต้องหันหน้าศาลไปทางทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) และอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) ทิศใดทิศหนึ่ง (ไม่ถือเป็นเรื่อง ต้องเคร่งครัดอะไรนัก)

เครื่องสังเวยในการยกศาลพระภูมิ

ก่อนจะทำพิธียกศาลพระภูมิ จะต้องจัดเตรียมเครื่องสังเวยได้ ดังต่อไปนี้

- เครื่องสังเวยชุดธรรมดา ได้แก่หัวหมู บายศรีปากชาม มะพร้าวอ่อน กล้วย นํ้า ขนมต้มขาวต้มแดง เครื่องสังเวยชุดใหญ่ สำหรับจัดพิธีแบบสมบูรณ์ ได้แก่ตั้งโต๊ะ ๑ ตัว เก้าอี้ ๑ ตัว ร่มกระดาษ ๑ คัน พานสำหรับวางเจว็ด พร้อมด้วยเงินบูชาครู ๖ บาท ธูปเทียนประจำทิศ อย่างละ ๓ เล่ม เทียนขี้ผึ้งหนัก ๒ บาท (ไส้ ๑๒ เส้น) ๒ เล่ม เทียนนํ้ามนต์หนัก ๔ บาท ๑ เล่ม
- ดอกไม้สีเหลือง ข้าวตอก งาคั่ว งา ถั่วทอง อย่างละ ๑ กระทง กระแจะ นํ้ามันหอม บายศรีปากชาม ไข่ลูกยอด ๑ ฟอง ล้อมรอบอีก ๓ ฟอง กล้วยนํ้า ๑ หวี มะพร้าวอ่อน ๑ ลูก ขนมต้มแดงต้มขาว ฟักทองแกงบวด ข้าวรำ ๘ ก้อน
- เป็ด ๑ ตัว ไก่ ๑ ตัว หัวหมู ๑ หัว ปูทะเลต้ม ๑ ตัว ปลาแป๊ะซะ ๑ ตัว อ้อยควั่น ๑ จาน เนยและนม ๑ ถ้วย นํ้าชา ๑ ถ้วย หมากพลู บุหรี่ ๑ พาน ผ้าขาว ๒ ผืน (ใช้สำหรับผู้ทำพิธี ๑ ผืน ห่มสไบเฉียง ๑ ผืน)

ฤกษ์ยามต่างๆ

โหรจะเป็นผู้กำหนดฤกษ์ ส่วนใหญ่นิยมกันในตอนเช้า บางทีทำกันในวันทำบุญขึ้นบ้านใหม่ การยกศาลพระภูมิจะดูจาก ฤกษ์ ดิถี วันที่นิยมตั้งศาล และวันห้ามในเดือนต่างๆ
ฤกษ์ใช้ในการตั้งศาลพระภูมิได้ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๔ ฤกษ์ คือ ฤกษ์ราชา, ฤกษ์เทวี, ฤกษ์มหัทธโน และ ฤกษ์ภูมิปาโล
อนึ่ง การกำหนดฤกษ์ ทั้งฤกษ์จันทร์และฤกษ์ลัคนาต้องให้ถูกกัน อย่าให้ดวงฤกษ์เป็น อริ มรณะ วินาสน์ และกาลกิณี โหรจะเป็นผู้ดูฝนเรื่องเหล่านี้ให้เอง

ดิถี

ในการยกศาลพระภูมินั้น ดิถีนครที่เหมาะสมควรจะเป็นวันขึ้น ๒, ๔, ๖, ๙ และ ๑๑ คํ่า ในวันแรม ก็เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ท่านห้าม

วันที่นิยมตั้งศาล

วันที่นิยมตั้งศาลพระภูมิตามสถานที่ต่างๆ มีคติโบราณ ดังนี้
วันให้ตั้งศาลพระภูมิ
วันพุธ วันพฤหัสบดี เคหสถาน, บ้านเรือน
วันพฤหัสบดี วันศุกร์ นา,สวน,วัด
วันอาทิตย์ วันอังคาร และวันพฤหัสบดี ค่าย,คู,ประตู,หอรบ
วันเสาร์ ทวาร, บันได
วันจันทร์ วันพุธ โรงพิธีบ่าวสาว

เดือน วันที่ห้ามตั้งศาลพระภูมิ

เดือน ๑,๕,๙ วันพฤหัสบดี วันเสาร์
เดือน ๒,๖,๑๐ วันพุธ วันศุกร์
เดือน ๓,๗,๑๑ วันอังคาร
เดือน ๔,๘,๑๒ วันจันทร์

วันห้ามตั้งศาลพระภูมิในเดือนต่างๆ

การปรับพื้น และการขุดหลุม

เมื่อโหรมาดูสถานที่ และอนุญาตให้ตั้งศาลพระภูมิได้แล้ว ก่อนถึงวันทำพิธียกศาล ควรปรับพื้นดิน ให้เรียบ พูนดินให้สูงขึ้นมาก่อเป็นฐานกว้างยาวด้านละ ๑ วา ให้เป็น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสวยงาม

พิธียกเสาพระภูมิ

เมื่อตระเตรียมเครื่องเซ่นสังเวย และเตรียมการพร้อมแล้ว ครั้นถึงฤกษ์ โหรก็จุดเทียนรายทั้ง ๘ ทิศ แล้วเริ่มพิธีทำนํ้ามนต์ธรณีสาร นำนํ้ามนต์ลูบหน้า เสยผมตนเอง และประพรม ทั่วบริเวณเนินดิน เอาเสียมมากระทุ้งหรือขุดดินพอเป็นพิธี ๘ ครั้ง พร้อมกับว่าคาถากำกับ แล้วจึงมอบให้คนที่ทำหน้าที่ขุดดินทำการขุดต่อไป

ในการขุดหลุม เสาพระภูมินั้น ต้องกะระยะให้หลุมอยู่กึ่งกลาง ของฐานดินทีทำไว้พอดี ขุดให้ลึกพอสมควร กะว่าเมื่อยกเสาตั้งแล้ว ศาลนั้นสูงได้ระดับตาของเจ้าของบ้าน หรือ เรียกว่าสูงเพียงตา

ขุดหลุมเสร็จแล้ว ให้โหรเขียนยันต์ใส่ก้นหลุม ๑ แผ่น แล้วยกเสาลงหลุม ระวังอย่าให้เอียงไป ทางด้านใดด้านหนึ่ง เอาดวงชะตาเจจ้าบ้านกับดวงชะตาพระภูมิ รวม ๒ แผ่น วางไว้บนยอดเสา ก่อนนำยันต์มาวาง ต้องเจิมเสียก่อน

เมื่อตั้งเสาเสร็จแล้ว โหรจะเอานํ้ามนต์ประพรมที่บริเวณโคนเสา ว่าคาถากำกับ แล้วเจิมปลายเสาทางทิศตะวันออก

การถอนศาลพระภูมิเก่า

หากมีศาลพระภูมิอยู่แล้ว ถ้าต้องการจะตั้งใหม่ ต้องทำพิธีถอนศาลพระภูมิเก่า ออกเสียก่อน โดยสังเวยพระภูมิเก่าไว้ ๓ วัน ถ้ามีนิมิตไม่ดี ให้งดตั้งศาลพระภูมิใหม่ ถ้ามีนิมิตดี จึงค่อยทำพิธีตั้งศาลพระภูมิใหม่

ก่อนอื่นต้องทำพิธีอัญเชิญพระภูมิเก่า ออกก่อน ด้วยคำเชิญ ให้ทำพิธีถอน คล้ายกับถอนสีมา โดยทำนํ้ามนต์ธรณีสารรดเสาพระภูมิ และว่าคาถาพอนพร้อมกันไป เสร็จแล้ว ยกเอาพระภูมิ และถนเสาออกเสียก่อน อย่าทำลายเป็นอันขาด ให้ลอยนํ้าไป หรือฝากพระไว้ในวัด แล้วจึง ทำพิธียกศาลพระภูมิใหม่ได้ทิศที่เจ้ากรุงพาลีนอน

วัน ทิศของพระภูมิ

วันอาทิตย์ พระภูมินอนหันศีรษะไปทางทิศต่างๆ ปลายเท้าอยู่ทางทิศประจิม
วันจันทร์ พระภูมินอนหันศีรษะไปทางทิศอาคเนย์ ปลายเท้าอยู่ทางทิศพายัพ
วันอังคาร พระภูมินอนหันศีรษะไปทางทิศทักษิณ ปลายเท้าอยู่ทางทิศอุดร
วันพุธ พระภูมินอนหันศีรษะไปทางทิศหรดี ปลายเท้าอยู่ทางทิศอีสาน
วันพฤหัสบดี พระภูมินอนหันศีรษะไปทางทิศประจิม ปลายเท้าอยู่ทางทิศบูรพา
วันศุกร์ พระภูมินอนหันศีรษะไปทางทิศพายัพ ปลายเท้าอยู่ทางทิศอาคเนย์
วันเสาร์ พระภูมินอนหันศีรษะไปทางทิศอุดร ปลายเท้าอยู่ทางทิศทักษิณ

เจ้ากรุงพาลีและพระภูมิ จะนอนหันศีรษะไปในทิศต่างๆ กันในแต่ละวัน เมื่อจะนำเครื่องสังเวย ไปถวายพระภูมิ จงนำเข้าไปทางทิศปลายเท้า จึงจะมีความสุขความเจริญ ห้ามนำเข้าไปทางทิศหัวนอน ดังนี้

คาถาบูชาพระภูมิ

คาถานี้ให้สวดบูชาพระภูมิทุกวัน ท่านและครอบครัวจะมีแต่ความสุขความเจริญ
ยัสสานุสสะระเณนาปิ อันตะลิกเขปิ ปาณิโน ปาติฏฐะธิคัจฉันติ ภูมิยัง วิยะ สัพพะทา สัพพะทา สัพพูปัททะวะชาลัมหายักชะโจรา ทิสัมภวะ คะณะณาณัญ จะ มุตตานังปะริตันตัม ภะนามะ เห ฯ

คาถาถวายเครื่องสังเวยพระภูมิ

คาถานี้ใช้เมื่อนำเครื่องสังเวยไปถวายพระภูมิ
นะโม เม พระภูมิเทวานัง ธูปะทีปะ จะ ปุปผัง สักการะวันทานัง สูปะพยัญชนะ สัมปันนัง โภชะนานัง สาลีนัง สะปะริวา-รัง อุทะกังวะรัง อาคัจฉันตุ ปะริภุญชันตุ สัพพะทา หิตายะ สุขายะ สันติเทวา มะหิทธิกา เตปิ อัมเห อะนุรักชันตุ อาโรคะเยนะ สุเขนะ จะ

คำลาเครื่องสังเวยพระภูมิ
อายันตุ โภนโต อิทะ ทานะสีละ เนกขัมมะปัญญา สะหะ วิริยะ ชันตี สัจจาธิฏฐานะ เมตตุเปกชายุทธายะโว ทิสสาวินะติ อะเสสะโต

คำบูชาพระภูมิด้วยดอกไม้ธูปเทียนหรือพวงมาลัย
ภุมมัสสมิง ทิสาภาเค สันติ ภุมมา มะหิทธิกา เตปิ อัมเห อะนุรักชันตุ อาโรคะเยนะ สุขเนะ จะ ฯ

คาถาขอพรพระภูมิ
สิโรเม ขอเดชะพระภูมิเทวารักษาที่ รับพระพรจากเจ้ากรุงพาลีมา ให้วัฒนาถาวร สิ่งสุขแด่ ( ชื่อ...... ) ให้มั่งมีเงินทองทรัพย์และพัสดุข้าวของเนืองนอง ทั้งพร้อมพงศ์เผ่าบริวาร ลูกหลานเหลนลื้อบันลือ สาธุชนแซ่ซ้องร้องสรรเสริญ โสตถิ ชัยยะ ภะวันตุ เต (ถ้าขอพรเพื่อตัวเราเอง ควรเปลี่ยนจาก เต เป็น เม)


ร้านพูนพร สังฆภัณฑ์ จัดจำหน่าย ของทำบุญ สังฆทาน ไทยทาน สำหรับงานบุญ และ ประเพณีต่างๆ และรับจัดชุดสำหรับ งานบวช ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน มีบริการ ปักชื่อ และตรา บนตาลปัตร ย่าม หรือ หมอน อีกด้วย คิดถึงเครื่อง สังฆภัณฑ์ ชุดสังฆทาน เครื่องประกอบงานพิธีต่างๆ โปรดคิดถึงเรา พูนพร สังฆภัณฑ์